Be-Thank-Bannner-1
Be-Thank-Bannner-2
Be-Thank-Bannner-1
Be-Thank-Bannner-2

สภาพผิว สะท้อนสุขภาพ

          เคยสงสัยไมคะ ว่าทำไมบางคน แม้แต่เป็นพี่น้องกัน คนนึงถึงมีผิวสุขภาพดี อีกคนอาจมีปัญหาผิวเกิดขึ้น ทั้งๆที่ก็กินอยู่เหมือนๆกัน แต่จริงๆแล้ว ผิวสามารถสะท้อนปัญหาสุขภาพภายในร่างกายของเราออกมาได้ค่ะ สิวและผื่นแดงบนผิวหนัง อาจเกิดจากระบบภูมิต้านทานภายในร่างกายของเรา ที่กำลังกำจัดเชื้อโรคแปลกปลอมและต่อต้านมลภาวะต่างๆ ดังนั้น เราทำความรู้จักกับอาการต่างๆที่บ่งบอกปัญหาสุขภาพ และหาทางแก้ปัญหาผิวพรรณจากอย่างตรงจุดกันดีกว่าค่ะ

          1. ปัญหาสิวที่คาง : สาเหตุเป็นเพราะฮอร์โมนไม่สมดุล

          ผู้หญิงส่วนใหญ่มักประสบปัญหาสิวอักเสบบนใบหน้าก่อนถึงวันนั้นของเดือน ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนและเทสโทสเทอโรนภายในร่างกายแปรปรวน สิวฮอร์โมนมักเกิดบริเวณผิวที่เซนซิทีฟเป็นพิเศษ แต่ถ้าคุณมีอาการรุนแรงกว่าปกติ แบบอักเสบเกินแก้ไขเองได้ด้วยยาทา คุณคงต้องพึ่งหมอผิวหนังค่ะเพราะ “สิวแถวคางและขากรรไกรอาจจะอยู่ลึกลงไปใต้ผิวจากอาการโพลีซีสติก โอวารี่ ซินโดรม (polycystic ovary syndrome, PCOS) และอาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน”

          วิธีเยียวยา : สาวบางคนอยากมีผิวเรียบเนียนจึงเลือกใช้ยาคุมกำเนิดควบคุมระดับฮอร์โมน (ยาคุมกำเนิดมีฤทธิ์ควบคุมอาการ PCOS) แต่ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเสียก่อน เพื่อป้องกันระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับหลายคนการควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียดและระวังของหวานก็ช่วยได้แล้ว เพราะหากระดับอินซูลินภายในร่างกายสูงจะกระตุ้นฮอร์โมนจนเกิดการอักเสบขึ้น

          "การงดน้ำตาล เลือกกินอาหารสุขภาพ ธัญพืช ผักและผลไม้ จึงส่งผลต่อฮอร์โมนต้นเหตุและลดการเกิดสิวได้อย่างมีนัยยะสำคัญ” แนะนำให้คุณดูแลผิวภายนอกร่วมด้วยอีกทาง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ผสมซาลิไซลิกแอซิดและซัลเฟอร์แตะเบาๆ บริเวณสิวและผิวรอบๆ เพื่อช่วยเปิดรูขุมขนลดสิวนะคะ ซัลเฟอร์นั้นช่วยลดการอักเสบได้มาก

          2. รอยคล้ำและรอยย่นใต้ดวงตา : สาเหตุอาจเกิดจากการแพ้

          อาการแพ้เรื้อรังเป็นสาเหตุของรอยย่นและรายคล้ำใต้รอบดวงตาของคุณได้ ‘การแพ้จะทำให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวและอ่อนแอ ตาก็เลยระคายเคือง บวมจนต้องขยี้ตาบ่อยๆ จนเส้นเลือดฝอยบริเวณผิวบอบบางแตกเกิดรอยคล้ำสีม่วงขึ้น’ ที่สำคัญ “คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเลยว่าต้องทรมานจากรอยคล้ำเพราะอาการแพ้ หรือเพราะไม่เคยแพ้หรือมีปัญหานี้มาก่อน”

          วิธีเยียวยา : ถ้าอาการแบบนี้เพิ่งเกิดขึ้น (และเพราะคุณไม่ได้อดนอน) ลองใช้ยาลดอาการแพ้อย่าง Allegra หรือ Zyrtec อาจพอช่วยลดอาการระคายเคืองได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ ทุกเช้าหลังตื่นนอนให้นวดคลึงรอบดวงตาเบาๆ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเหลวบริเวณนั้น อายครีมที่มีกาเฟอีนผสมอยู่สามารถช่วยให้เส้นเลือดฝอยหดตัวได้เช่นกัน

          3. ผิวแดงเป็นปื้นบนใบหน้าและลำคอ : สาเหตุมักเกิดจากความเครียดเพราะอาหารไม่ย่อยและผิวอักเสบ

          รอยแดงเป็นปื้นๆ บนผิวหนังและช่วงคออาจเกิดจากความเครียดเพราะระดับฮอร์โมนปรวนแปร ส่วนผิวแดงจากโรคโรซาเซีย (Rosacea) (ที่เกิดจากการรวมตัวของเม็ดบวมเล็กๆ เป็นตุ่มแดงตุ่มหนองคล้ายสิว) เป็นปื้นแดงๆ ที่แก้มและจมูกนั้น มีสาเหตุมาจากอาหารการกินของคุณเอง “ผิวและระบบย่อยอาหารนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ช่วยปกป้องร่างกายและกำจัดสารพิษออกไป...ปัญหาที่ระบบย่อยอาหารจึงสามารถแสดงออกทางผิวพรรณได้” อาการปื้นแดงๆ อาจแผ่กระจายไปทั่วทั้งแก้มหากคุณเป็นหนัก...นี่เป็นอาการสุดคลาสสิกเมื่อร่างกายกำลังต่อสู้ป้องกันเชื้อโรคอยู่ ซึ่งคุณแก้ไขได้ไม่ยาก งานวิจัยของ Cinical Gastroenterology and Hepatology ในปี 2551 ระบุว่า ‘อาการโรซาเซียลดลงได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่ช่วยต้านทานแบคทีเรียในลำไส้’ แต่ถ้าคุณมีอาการอ่อนเพลียกว่าปกติ น้ำหนักลด ผิวช้ำง่าย แสบเคืองตา (ประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่เป็นโรคโรซาเซีย จะมีอาการเยื่อบุนัยน์ตาอักเสบร่วมด้วย) ควรรีบไปพบแพทย์นะคะสาวๆ เพราะถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะเกิดการทำลายกระจกตาได้

          วิธีเยียวยา  : เลี่ยงการโดนแสงแดด งดบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดอาหารที่เผ็ดจัดหรือใส่เครื่องเทศ อาหารรสจัดจะไปกระตุ้นให้ผิวเห่อแดงมากขึ้น ให้หากิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดอย่างโยคะและการนั่งสมาธิทำ เลือกกินอาหารที่มีโปรไบโอติกที่มีแบคทีเรียที่มีประโยชน์กับร่างกายเพื่อช่วยควบคุมระบบการย่อย และช่วยลดการอักเสบของผิวหนังลงได้ อย่าง โยเกิร์ต, คีเฟอร์ (Kefir นมหมักคล้ายโยเกิร์ต) มิโสะ (Miso) ซึ่งดีต่อระบบย่อยอาหาร สาวๆ ที่ต้องออกจากบ้านไปทำงานทุกวัน คุณสามารถใช้ไพรเมอร์เฉดสีเขียวเพื่อปกปิดรอยแดงบนใบหน้าได้คะ

ขอบคุณที่มาจาก : Women’s Health

Share