Be-Thank-Bannner-1
Be-Thank-Bannner-2
Be-Thank-Bannner-1
Be-Thank-Bannner-2

กลิ่นบำบัดจากน้ำมันหอมระเหย

 

    ปัจจุบันความตื่นตัวเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพและ ความงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาจากพืชสมุนไพร หรือสารที่สกัดจากธรรมชาติ เพราะมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้สารเคมีสังเคราะห์ และมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายน้อยกว่า หรือไม่มีเลย นอกจากนี้ มีการสนับสนุนให้วิจัยประโยชน์จากพืชสมุนไพร เพื่อใช้ในการบำบัดรักษา และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สนับสนุนให้เกิดธุรกิจด้านสุขภาพและความงามมากขึ้น ทั้งในระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน และอุตสาหกรรม น้ำมันหอมระเหยเป็นสารเคมีที่สกัดได้จากพืช ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานด้านสุขภาพและความงามเช่นกัน โดยเฉพาะกลิ่น และสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ขึ้นกับชนิดของพืช นำมาใช้บำบัดรักษาทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งเรียกกันว่า สุคนธบำบัด

     สุคนธบำบัดคืออะไร
     สุคนธบำบัด (Aromatherapy) เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก
           "Aroma" หมายถึง ความหอม หรือกลิ่น
           "therapy" หมายถึง การบำบัดรักษา
          Aromatherapy มีความหมายโดยรวมว่า การบำบัดด้วยอากาศ ซึ่งรวมไปถึงการบำบัดรักษาด้วยการใช้กลิ่นหรือเครื่องหอม

   การสูดดมน้ำมันหอมละเหย โมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยจะซึมผ่านเยื่อบุช่องจมูกหรือลงสู่ปอดและเข้าสู่ กระแสเลือดได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน โมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยที่สูดดมเข้าไปจะไปจับกับตัวรับ (receptor) บนเยื่อบุช่องจมูก และแปรสัญญาณเป็นสื่อระบบประสาทหรือสัญญาณทางไฟฟ้าเคมีผ่านไปยังส่วนของสมอง ที่เรียกว่า ลิมบิกซิสเต็ม (Limbic system) ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการเรียนรู้ ความจำ ความรู้สึกสัมผัส เพศ อารมณ์และระบบย่อยอาหาร มีผลกระตุ้นหรือระงับระบบประสาทและสมองรวมทั้ง ระบบต่อมไร้ท่อต่างๆ แล้วแต่โครงสร้างทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยชนิดนั้นๆ โดยกลิ่นที่เข้ามากระตุ้น ลิมบิกซิสเต็มจะทำให้สมองปล่อยสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวด เอนเคฟาลิน (enkephaline) ช่วยทำให้อารมณ์ดี และซีโรโทนิน (serotonin) ซึ่งช่วยให้สงบเยือกเย็นและผ่อนคลาย ดังนั้น น้ำมันหอมระเหยจึงถูกนำมาใช้บำบัดโรคที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และจิตใจ ตลอดจนการหลั่งฮอร์โมนบางชนิดด้ว

     น้ำมันหอมระเหย เป็นน้ำมันที่พืชผลิตขึ้นตามธรรมชาติ เก็บไว้ตามส่วนต่างๆ เช่น กลีบดอก ใบ ผิวของผล เกสร รากหรือเปลือกของลำต้น เวลาที่ได้รับความร้อนอนุภาคเล็กๆ จะระเหยออกมาเป็นกลุ่มไอรอบๆ ทำให้เราได้กลิ่นหอม ช่วยดึงดูดแมลงให้มาผสมเกสรดอกไม้ ปกป้องการรุกรานจากศัตรู และรักษาความชุ่มชื้นแก่พืช สำหรับประโยชน์ต่อมนุษย์นั้น น้ำมันหอมระเหยมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค บรรเทาอาการอักเสบหรือลดบวม คลายเครียด หรือกระตุ้นให้สดชื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด

     ตัวอย่างน้ำมันหอมระเหยที่นิยมใช้ในสุคนธบำบัด

น้ำมันยูคาลิปตัส (Eucalyptus Oil) จากใบยูคาลิปตัส เป็นน้ำมันสีเหลืองจนถึงแดง จัดเป็นกลุ่มระเหยง่าย

คุณสมบัติ : ฆ่าเชื้อโรค (ทางเดินหายใจและทางเดินปัสสาวะ) กระตุ้น ทำให้เกิดความสมดุล (ใช้อย่างกว้างขวางในทางยา)

น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender) จากยอดดอกลาเวนเดอร์สด เป็นน้ำมันสีเหลืองออกเขียว จัดเป็นกลุ่มที่ระเหยได้เร็วปานกลางถึงระเหยง่าย

คุณสมบัติ : ลดการปวดเหมื่อยกล้ามเนื้อ สมานแผล ฆ่าเชื้อโรค ช่วยให้นอนหลับ จิตใจสงบ คลายเครียด ใช้ได้ดีในผิวหนังทุกประเภท

Tea Tree เป็นน้ำมันสีเหลืองอ่อน จัดเป็นกลุ่มที่ระเหยได้เร็วปานกลาง

คุณสมบัติ : ฆ่าเชื้อโรค ฆ่าเชื้อรา รักษาสิว แผลติดเชื้อ แก้รังแค ทำให้สดชื่น

ประเภทของน้ำมันหอมระเหย
อาจจัดแบ่งตามคุณสมบัติของการระเหยเป็น ๓ กลุ่ม คือ
    ๑. กลุ่มที่ระเหยง่าย (top note)
มี กลิ่นหอมแหลม ในการสูดดมจะได้รับกลิ่นก่อนน้ำมันชนิดอื่นๆ มีลักษณะกระตุ้นมาก แทรกซึมดี มักให้ความรู้สึกร้อนหรือเย็น ทำให้จิตใจเบิกบาน มักใช้ร้อยละ ๕-๒๐ ในตำรับของน้ำมันหอมระเหยทั้งหมด เช่น น้ำมันโหระพา เบอร์กามอต ยูคาลิปตัส เกรฟฟรุต มะนาว ตะไคร้  เปปเปอร์มินต์  โรสแมรี่ ซินนามอน ลาเวนเดอร์ ที-ทรี เป็นต้น
    ๒. กลุ่มที่ระเหยได้เร็วปานกลาง (middle note)
มี กลิ่นหอมนุ่มนวล ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีผลต่อการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของร่างกาย มักใช้ในปริมาณสูงตั้งแต่ร้อยละ ๕๐-๘๐ ของตำรับ เช่น คาโมไมล์ เจอราเนียม โรสแมรี่ จูนิเปอร์ ลาเวนเดอร์ ส้ม สน กุหลาบ กระดังงา ไธม์ เป็นต้น
    ๓.  กลุ่มที่ระเหยได้ช้า (basic note)
มี กลิ่นจะมีลักษณะหนัก ทึบ ติดทน และดูดซึมสู่ผิวหนังได้ดี เป็นน้ำมันที่ระงับความวุ่นวายและช่วยผ่อนคลาย ใช้ในปริมาณไม่เกินร้อยละ ๕  ของตำรับ เช่น ซีดาร์วูด มะลิ มาร์จอแรม เนโรลี ไม้จันทน์ เป็นต้น

ขอบคุณที่มา : หนังสือหมอชาวบ้าน

Share